
พิธีเปิดสุดอลังการและศิลปวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า
เมื่อวันเสาร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 ดร.ดำรงค์ ศรีพระราม รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดงาน พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและแขกผู้มีเกียรติร่วมตัดริบบิ้นท่ามกลางบรรยากาศคึกคักของเหล่านักท่องเที่ยว ไฮไลท์สำคัญในพิธีคือ การแสดงโขน อันวิจิตรตระการตาจากนักเรียน โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ซึ่งผสานศิลปะชั้นสูงเข้ากับบรรยากาศธรรมชาติได้อย่างลงตัว
เรื่องเล่าจากผู้ปลูก: จากต้นกล้าสู่รุกขมรดก
ภายในงาน ผู้ร่วมงานยังได้รับฟังจุดเริ่มต้นของตำนานถนนสายนี้จาก นายมานิจ สุขีวงศ์ ผู้ปลูกและดูแลรักษาต้นชมพูพันธุ์ทิพย์มาอย่างยาวนาน ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2520 ร่วมกับ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ธีรนาฎ กาลปักษ์ จากภาควิชาพืชสวน คณะเกษตร กำแพงแสน ที่มาให้ความรู้เชิงวิชาการและการจัดการต้นไม้เหล่านี้จนกลายเป็น “รุกขมรดกของแผ่นดิน”

ย้อนรอยตำนาน “จากสิงคโปร์สู่กำแพงแสน”
นายมานิจ สุขีวงศ์ ได้ถ่ายทอดเรื่องราวอันน่าประทับใจ โดยย้อนกลับไปเมื่อปี พ.ศ. 2520 ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.วัฒนา เสถียรสวัสดิ์ (รองอธิการบดีวิทยาเขตกำแพงแสนคนแรก) มีนโยบายปลูกต้นไม้ใหญ่เป็นแนวกันลมและสร้างความร่มรื่น โดยได้รับมอบเมล็ดพันธุ์จาก ศาสตราจารย์ ระพี สาคริก อธิการบดีในขณะนั้น ซึ่งนำเมล็ดพันธุ์มาจากประเทศสิงคโปร์ จนเติบโตเป็นอุโมงค์สีชมพูที่ขึ้นทะเบียนเป็น “รุกขมรดกของแผ่นดิน”เมื่อปี 2562
ด้านดร.ดำรงค์ ศรีพระราม เผยถึงเบื้องหลังประวัติศาสตร์เชิงยุทธศาสตร์ของการปลูกต้นไม้ในพื้นที่แห่งนี้ว่า
“การบานสะพรั่งของชมพูพันธุ์ทิพย์
ในวันนี้ ไม่ใช่เรื่องของความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่คือวิสัยทัศน์ในการออกแบบนิเวศวิทยามาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2520 ก่อนที่จะมีการเริ่มเรียนการสอนที่วิทยาเขตกำแพงแสนด้วยซ้ำ ในเวลานั้นเราต้องการไม้ที่มีอัตราการเติบโตเร็ว มีทรงพุ่มที่สามารถทำหน้าที่เป็นแนวกันลม และสร้างร่มเงาเพื่อลดอุณหภูมิในพื้นที่ ซึ่งชมพูพันธุ์ทิพย์จากสิงคโปร์ตอบโจทย์ทั้งด้านความทนทานต่อสภาพอากาศและการจัดการทรัพยากรน้ำที่มีจำกัด นี่คือบทเรียนสำคัญที่มหาวิทยาลัยต้องการส่งต่อถึงสังคมว่า การปลูกต้นไม้ต้องเริ่มจากวัตถุประสงค์การใช้สอยและต้องสมดุลทางด้านนิเวศวิทยาเพื่อให้ต้นไม้เหล่านี้ทำหน้าที่เป็นปราการทางธรรมชาติที่ยั่งยืน และเป็นต้นแบบการจัดการเมืองสีเขียวให้กับหน่วยงานระดับท้องถิ่นและระดับชาติต่อไป”

เจาะลึก 1,258 ต้น จุดเช็คอินทั่ววิทยาเขต
ปัจจุบัน มก.กำแพงแสน มีต้นชมพูพันธุ์ทิพย์รวมทั้งสิ้น 1,258 ต้น กระจายอยู่ตามแลนด์มาร์คสำคัญให้นักท่องเที่ยวได้ตามรอย ได้แก่:
* แลนด์มาร์คหลัก: ถนนสายวัฒนา เสถียรสวัสดิ์ (ถนนสาย 1) จำนวน 580 ต้น
* จุดชมวิวทางน้ำ: สระพระพิรุณ 98 ต้น และถนนดินขอบบ่อ 6 อีก 236 ต้น
* พื้นที่ผ่อนคลาย: สวน 100 ปี (77 ต้น), พื้นที่หน้าสวนปรง (90 ต้น), บ่อ 6 (165 ต้น) และสวนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา (12 ต้น)
ปักหมุดแลนด์มาร์คใหม่และนวัตกรรมเกษตร
นอกจากการชมดอกไม้ ประธานและคณะผู้บริหารได้พาเยี่ยมชมจุดเช็คอินที่ไม่ควรพลาดได้แก่
* อุโมงค์ยูคาลิปตัส: เส้นทางสีเขียวขจีที่ทอดยาวกว่า 1.4 กิโลเมตร ท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่นและมุมถ่ายภาพสุดชิค
* ศูนย์การเรียนรู้นวัตกรรมเกษตร (KU INNOVATION LEARNING CENTER): พื้นที่จัดแสดงนวัตกรรมล้ำสมัยและผลิตภัณฑ์พรีเมียม สินค้าทางการเกษตร จาก THE PREMIUM @ KU KPS ที่สะท้อนความเป็นผู้นำด้านการเกษตรของมหาวิทยาลัย
ข้อมูลการเข้าชม
นักท่องเที่ยว
สามารถเข้าสัมผัสความโรแมนติกของเทศกาลชมพูพันธุ์ทิพย์ได้ตั้งแต่ วันที่ 11 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคม 2569 พร้อมขอความร่วมมือช่วยกันรักษาความสะอาดและไม่โน้มกิ่งถ่ายภาพหรือเด็ดดอกไม้ เพื่อส่งต่อความประทับใจนี้ให้แก่ผู้อื่นต่อไป
* อัปเดตบรรยากาศรายวัน:Facebook: KU KPS Official
* สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม: โทร. 034-351540 (จันทร์-ศุกร์ 08.30–16.30 น.)
#KUKPS #ชมพูพันธุ์ทิพย์ #มกกพส #มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ #วิทยาเขตกำแพงแสน #รุกขมรดกของแผ่นดิน




