รพ.คลองขลุง ผนึกความร่วมมือภาคีเครือข่าย จัดทำ “โครงการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ด้วยวิธีส่องกล้อง” ระดมทีมแพทย์จากโรงเรียนแพทย์ โรงพยาบาลชุมชน เพิ่มศักยภาพตรวจ จากวันละ 3–5 ราย เป็น 140 ราย ภายใน 2 วัน มุ่งค้นหาผู้ป่วยระยะเริ่มต้น ลดการเสียชีวิต และเพิ่มโอกาสรักษาหายให้ประชาชน

โรงพยาบาลคลองขลุง จ.กำแพงเพชร จัดบริการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรงเชิงรุกให้กับประชาชนในพื้นที่ ด้วยการส่องกล้องลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy) โดยความร่วมมือ ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านการส่องกล้องระบบทางเดินอาหาร โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ร่วมสนับสนุน ระหว่างวันที่ 21–22 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา เพื่อลดจำนวนผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่รายใหม่และอัตราการเสียชีวิต ซึ่งปัจจุบันมะเร็งลำไส้เป็นโรคมะเร็งที่พบอุบัติการณ์สูงเป็นอันดับ 3 ในผู้ชาย และสู่เป็นอันดับ 4 ในผู้หญิง

นพ.โพธิ์ศรี แก้วศรีงาม ผู้อำนวยการโรงพยาบาลคลองขลุง เปิดเผยว่า ในปีที่ผ่านมา รพ.คลองขลุง มีผู้ป่วยเสียชีวิตจากโรคมะเร็งจำนวน 38 ราย หรือเฉลี่ยกว่า 30 รายต่อปี โดยมะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของผู้ป่วยมะเร็งในพื้นที่ และยังพบผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่รายใหม่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง คิดเป็นร้อยละ 1 ของกลุ่มเสี่ยงอายุ 50–70 ปีที่เข้ารับการตรวจคัดกรอง สาเหตุสำคัญมาจากการมาพบแพทย์ในระยะท้าย เนื่องจากไม่ได้รับการตรวจคัดกรองในระยะเริ่มต้น ส่งผลให้อาการลุกลามและสูญเสียโอกาสในการรักษา
ทั้งนี้ วิธีคัดกรองที่มีประสิทธิภาพสูง คือ “การส่องกล้องลำไส้ใหญ่” (Colonoscopy) ซึ่งเป็นสิทธิประโยชน์ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง 30 บาท) ภายหลังจากการตรวจคัดกรองด้วยชุดตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ (Fit Test) ซึ่งสามารถตรวจพบความผิดปกติ เช่น ติ่งเนื้อ ก้อนเนื้อ เป็นต้น ทั้งยังสามารถตัดชิ้นเนื้อในคราวเดียวกัน นำไปสู่การรักษาอย่างทันท่วงที อย่างไรก็ตามด้วย รพ.คลองขลุง มีข้อจำกัดในการให้บริการตรวจคัดกรองด้วยวิธีส่องกล้องฯ นี้ ทำได้เพียงวันละ 3–5 รายเท่านั้น ดังนั้น เพื่อให้ผู้ป่วยที่มีภาวะเสี่ยงสูงได้เข้าถึงการตรวจอย่างรวดเร็ว รพ.คลองขลุง จึงได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายจัด “โครงการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ด้วยวิธีการส่องกล้อง” นี้
“โครงการส่องกล้องลำไส้ใหญ่นี้ ถือเป็นโมเดลต้นแบบ ซึ่งมีการระดมศัลยแพทย์ ทั้งจากโรงพยาบาลชุมชน (รพช.) และโรงพยาบาลกำแพงเพชร รวมถึงความร่วมมือจากโรงเรียนแพทย์ โดยเฉพาะโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และการสนับสนุนจากภาคเอกชน ทำให้สามารถเพิ่มศักยภาพการตรวจส่องกล้อง สามารถตรวจผู้ป่วยได้ถึง 140 ราย ภายในเวลา 2 วัน ช่วยลดระยะเวลารอคอย และเพิ่มโอกาสการรักษา” ผอ.รพ.คลองขลุง กล่าว

นพ.วีระศักดิ์ ดำรงพงษ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกำแพงเพชร กล่าวว่า มะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพสำคัญของคนไทย กระทรวงสาธารณสุขจึงมีนโยบายขับเคลื่อนการตรวจคัดกรองเชิงรุก ส่งเสริมให้ประชาชนตรวจคัดกรองเบื้องต้นด้วย “ชุดตรวจหาเม็ดเลือดแดงแฝงในอุจจาระ” โดยใช้กลไกอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ในการกระจายชุดตรวจไปยังกลุ่มเป้าหมาย หากผลตรวจมีความผิดปกติจะได้รับการส่งต่อ เพื่อตรวจยืนยันด้วยวีธีการส่องกล้องลำไส้ใหญ่
สำหรับการจัดโครงการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ด้วยวิธีส่งกล้องของ รพ.คลองขลุงนี้ เป็นโมเดลตัวอย่างที่ดี ช่วยให้ผู้ป่วยที่มีภาวะเสี่ยงเข้าถึงบริการส่องกล้องได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งหากขยายบริการในรูปแบบนี้ ไปยังพื้นที่อื่นๆ ด้วย จะช่วยให้ประชาชนเข้าถึงการคัดกรองได้มากขึ้น” สสจ.กำแพงเพชร กล่าว

ด้าน ศ.นพ.รังสรรค์ ฤกษ์นิมิตร ผู้ช่วยอธิการบดีด้านนวัตกรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และอาจารย์คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า มะเร็งลำไส้ใหญ่ในประเทศไทยนั้น สถานการณ์ยังน่าเป็นห่วง โดยประชาชนไม่จำเป็นต้องรอให้มีอาการก่อนจึงเข้ารับการตรวจ โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติญาติสายตรง ควรเริ่มคัดกรองตั้งแต่อายุ 40 ปี ทั้งนี้ หลังการตรวจหาเลือดแฝงในอุจจาระ จะพบผู้มีความเสี่ยงราวร้อยละ 10 ที่ต้องส่งต่อเพื่อตรวจยืนยันด้วยการส่องกล้องลำไส้ใหญ่ ซึ่งเป็นบริการแบบเบ็ดเสร็จในจุดเดียว หากพบติ่งเนื้อก็สามารถตัดออกได้ทันที เพื่อลดโอกาสพัฒนาเป็นมะเร็งในอนาคต และหากผลปกติสามารถเว้นระยะตรวจครั้งถัดไปได้นานถึง 5 ปี
“การเตรียมตัวส่องกล้องไม่ยุ่งยาก ใช้เวลาเตรียมลำไส้เพียง 1 วัน ตรวจจริงใช้เวลา 30–40 นาที และพักฟื้นประมาณ 1–2 ชั่วโมง ก็สามารถกลับบ้านได้ โดยปัจจุบัน สปสช. ได้บรรจุบริการส่องกล้องสำหรับผู้ที่มีผลคัดกรองเป็นบวกเป็นสิทธิประโยชน์ พร้อมตั้งเป้าเพิ่มการเข้าถึงการคัดกรองให้ครอบคลุมร้อยละ 80 เพื่อมุ่งสู่การลดปัญหามะเร็งลำไส้ใหญ่ในระยะยาว” ผู้ช่วยอธิการบดีด้านนวัตกรรมฯ กล่าว

ศ.นพ.รังสรรค์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันการส่องกล้องลำไส้ใหญ่ได้นำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาช่วยทำหน้าที่เสมือนผู้ช่วยแพทย์ในการตรวจจับติ่งเนื้อที่มองเห็นได้ยาก เพิ่มความแม่นยำในการตรวจมากกว่าร้อยละ 40 โดยเป็นนวัตกรรมจากความร่วมมือระหว่างคณะแพทยศาสตร์และคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งสามารถใช้งานร่วมกับกล้องส่องลำไส้ได้ทุกระบบ และมีแนวโน้มพัฒนาต่อยอดไปสู่การประเมินความรุนแรงของติ่งเนื้อ รวมถึงการตรวจมะเร็งในอวัยวะอื่นในอนาคต โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำข้อเสนอเพื่อเพิ่มเติมเป็นสิทธิประโยชน์ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
1.สายด่วน สปสช. 1330
2.ช่องทางออนไลน์
• ไลน์ สปสช. พิมพ์ไลน์ไอดี @nhso หรือคลิก https://lin.ee/zzn3pU6
• Facebook : สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
https://www.facebook.com/NHSO.Thailand





