วันเสาร์, 21 มีนาคม 2026 | 12:16 am
25.6 C
Thailand
เสาร์, มีนาคม 21, 2026
spot_img
spot_img

สวรส. จับมือ สปสช. เปิดตัวแพลตฟอร์ม “TRAiL” (เทรล) ศูนย์รวมข้อมูลงานวิจัยทางคลินิกของไทย หวังเพิ่มโอกาสเข้าถึงการรักษาใหม่ให้ผู้ป่วย

สวรส. ร่วม สปสช. เปิดตัวแพลตฟอร์ม “TRAiL” (เทรล) ศูนย์รวมข้อมูลงานวิจัยทางคลินิกของไทย หวังเพิ่มโอกาสเข้าถึงการรักษาใหม่ให้ผู้ป่วย พร้อมยกระดับงานวิจัยของประเทศ ด้านผู้ป่วยมะเร็งที่ร่วมรับฟังชื่นชมและมีความหวัง


เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 ที่โรงแรม ทีเค พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น แจ้งวัฒนะ กทม.สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข หรือ สวรส.ร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ สปสช. และมูลนิธิเพื่อการพัฒนาสุขภาวะและคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน จัดเสวนา From TRIAL to TRAiL ผู้ป่วย-เส้นทาง-ความหวัง เพื่อสร้างการรับรู้และเห็นความสำคัญของการวิจัยทางคลินิก รวมถึง เปิดตัวแพลตฟอร์ม “TRAiL” (เทรล) ศูนย์รวมข้อมูลงานวิจัยทางคลินิกของไทย ให้แก่ประชาชน นักวิจัย และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง อาทิ ผู้ป่วย อาสาสมัคร นักวิจัย และบริษัทยา เข้าถึงข้อมูลการวิจัยทางคลินิกอย่างเป็นระบบ และยังช่วยเพิ่มโอกาสการมีส่วนร่วมของอาสาสมัคร นักวิจัย และบริษัทผลิตยา เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ โดยมีผู้สนใจเข้าร่วมรับฟังกว่า 120 คน


นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ ผู้อำนวยการ สวรส. เปิดเผยว่า ปัจจุบันการเข้าถึงข้อมูลการวิจัยทางคลินิกยังมีข้อจำกัด ส่งผลให้ผู้ป่วยจำนวนมากพลาดโอกาสเข้าถึงการรักษาใหม่ๆ ขณะที่หลายโครงการวิจัยก็ขาดอาสาสมัครที่เหมาะสม “แพลตฟอร์ม“TRAiL” (เทรล) จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้ประชาชนสามารถค้นหาและเข้าถึงข้อมูลงานวิจัยได้ง่ายขึ้น พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ป่วย โดยเฉพาะกลุ่มโรคร้ายแรงหรือโรคหายากได้มีทางเลือกในการรักษาที่ทันสมัยมากขึ้น”

ผอ.สวรส.กล่าวและว่า นอกจากนี้ ยังช่วยยกระดับมาตรฐานงานวิจัยทางคลินิกของไทย และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันด้านการแพทย์ในระดับนานาชาติ ซึ่งตัวแพลตฟอร์ม TRAiL ยังทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมต่อระหว่างงานวิจัยกับการรักษาจริง ช่วยลดช่องว่าง และสร้างโอกาสใหม่ในการเข้าถึงการรักษาที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น


อย่างไรก็ตาม TRAiL ยังเป็นแพลตฟอร์มงานวิจัยทางคลินิกของประเทศไทยที่ออกแบบมาเพื่อเป็นตัวกลางช่วยให้ผู้ป่วย โดยเฉพาะในกลุ่มโรคที่มีความซับซ้อนหรือรักษายาก เช่น โรคมะเร็ง โรคหายาก ฯลฯ ให้สามารถเข้าถึงนวัตกรรมการรักษาใหม่ๆที่ยังอยู่ระหว่างการวิจัย ซึ่งถือเป็น “เส้นทางแห่งความหวัง” สำหรับผู้ป่วย และยังลดช่องว่างระหว่างงานวิจัยกับการรักษาจริง และสร้างโอกาสใหม่ๆในการรักษา ทั้งนี้สามารถใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์ม TRAiL ได้ที่เว็บไซต์ https://trail.hsri.or.th


ด้าน นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการ สปสช. กล่าวถึงนโยบายและกลไกการเข้าถึงยาจากการวิจัยทางคลินิกในระบบหลักประกันสุขภาพว่า สิ่งที่ตนจะพูดถึงคือความหวัง ซึ่งสปสช.นั้นสนับสนุนอย่างเต็มที่โดยเฉพาะการเข้าถึงนวัตกรรมการรักษา จากความต้องการผู้ป่วย และ แพลตฟอร์ม TRAiL ไปสู่สิทธิประโยชน์ UC (UCBP) สำหรับเรื่องสิทธิประโยชน์ ที่ผ่านมาจนกระทั่งปัจจุบันกระบวนการผลักดันให้ยา เทคโนโลยี หรือวิธีการรักษาใหม่ๆ เข้าสู่ระบบบัตรทองได้ต้องใช้เวลาถึง 8 ปี ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากการใช้เวลาในกระบวนการพัฒนางานวิจัยทางคลินิก โดยเฉพาะขั้นตอนการขอรับการรับรองจาก อย. สำหรับใช้ในเชิงพาณิชย์ ซึ่งกระบวนการเหล่านั้นมักเป็นเรื่องของบริษัทเอกชนและนักวิจัย แต่หน่วยงานอื่นๆ รวมถึง สปสช. ไม่ได้รับรู้หรือติดตามตั้งแต่แรก ทำให้เมื่อมีการมาทำเรื่องเข้าสู่ระบบบัตรทอง จะต้องมาทำบางกระบวนการใหม่ ทั้งที่สามารถติดตามได้ตั้งแต่ต้น เช่น การทบทวนวรรณกรรมทางการวิจัย ที่เดิมต้องใช้เวลาประมาณ 1 ปีในการดำเนินการ

เลขาธิการ สปสช. กล่าวต่อว่า ดังนั้น การเปิดตัว TRAiL แพลตฟอร์มศูนย์กลางข้อมูลงานวิจัยทางคลินิกในครั้งนี้ นอกจาก สปสช. จะมีการสนับสนุนในเชิงข้อมูลของโรคและผู้ป่วย ที่ในระบบบัตรทองมีกว่า 47 ล้านคนให้กับแพลตฟอร์มดังกล่าวแล้ว ยังนำกระบวนการของแพลตฟอร์มนี้เข้าสู่ระบบการพัฒนา และผลักดันสิทธิประโยชน์ในระบบบัตรทองด้วย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และร่นระยะเวลายา การนำเทคโนโลยี หรืออุปกรณ์ทางการแพทย์ต่างๆ ก็จะถูกนำมาใช้ได้จริงในระบบและถูกนำไปใช้ดูแลรักษาผู้ป่วยต่อไป


“แพลตฟอร์มนี้จะช่วยให้ผู้ป่วยกับโครงการวิจัยมาเจอกัน และตกลงกันเพื่อการเข้าร่วมในการศึกษาวิจัย โดยอาศัยข้อมูลอัตราความชุกของโรค และข้อมูลผู้ป่วยแต่ละพื้นที่ของ สปสช. เป็นฐาน พร้อมมีแพลตฟอร์มของ สวรส. เป็นช่องทาง ซึ่งเมื่อการศึกษาประสบผลสำเร็จแล้ว การผลักดันเป็นสิทธิประโยชน์เข้าสู่ระบบบัตรทองก็จะเร็วขึ้น เพราะ สปสช. เองก็จะไปติดตามข้อมูลตั้งแต่ต้นด้วย เช่น จากเดิมใช้เวลา 5 ปี แต่หลังจากนี้อาจจะใช้เวลา 2 ปี ซึ่งถ้าเป็นบริษัทของไทยจะยิ่งเสริมความมั่นคงทางยาด้วย เพราะช่วยลดการพึ่งพา และขณะเดียวกันยังเป็นการช่วยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจที่เห็นได้จริง เพราะจะเกิดการจ้างงาน และการหมุนเวียนของเม็ดเงินในระบบรวมทั้งการลงทุนในเรื่องเหล่านี้ทุกๆ 1 ส่วน จะเกิดการหมุนเวียนจนกลายเป็น 3 เท่าเข้าสู่จีดีพีประเทศ” นพ.จเด็จ เลขาธิการ สปสช. กล่าว


ด้าน นางสุกัญญา ธนะคุปต์ อายุ 69 ปี ผู้ป่วยมะเร็งเต้านม เครือข่ายภาคประชาชน สปสช. และอาสาสมัครสาธารณสุข(อสส.) เขตบางซื่อ กทม. ได้เข้าร่วมรับฟังการเปิดตัวแพลตฟอร์ม TRAiL กล่าวว่า ตนเคยป่วยเป็นมะเร็งเต้านมและได้ผ่าตัดไปแล้วประมาณ10 ปี ทราบข่าวจากเครือข่ายฯ รู้แค่ว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับงานวิจัยและเกี่ยวข้องกับตนและอยากได้รับความรู้เพื่อจะได้นำไปปรับใช้กับตัวเอง รวมถึงจะนำไปขยายให้กับเครือข่ายฯและบอกต่อให้กับชาวบ้านในพื้นที่ได้เข้าใจมากขึ้น การเปิดตัวแพลตฟอร์ม TRAiL เป็นสิ่งดีมาก ถ้าเรามีความรู้ที่ชัดเจนและรู้จริง ก็ทำให้คนที่ไม่รู้ได้รับรู้และเข้าใจมากขึ้น แต่ข้อเสียคือถ้าเรามีความรู้ไม่ชัดเจนหากนำไปขยายต่อก็เกิดปัญหา และเป็นเรื่องยากมากหากถ้าคนนั้นมีความเชื่อไปแล้ว โดยเฉพาะข้อมูลในโซเซียลมีเดียที่เข้าถึงชาวบ้านง่าย จากที่ตนได้ลงพื้นที่พูดคุยกับชาวบ้าน เช่น ฉันได้ความรู้มาแค่นี้ฉันก็เชื่อแค่นี้ชาวบ้านทั่วไปคิดแบบนี้ ดังนั้นผู้ที่จะไปถ่ายทอดต้องรู้และเข้าใจจริงๆถึงจะมีประโยชน์และเห็นผล

บทความที่เกี่ยวข้อง
- Advertisment -spot_imgspot_img

บทความยอดนิยม

- Advertisment -spot_img

ความคิดเห็นล่าสุด

- Advertisment -spot_img