วันพุธ, 18 มีนาคม 2026 | 3:16 pm
34.7 C
Thailand
พุธ, มีนาคม 18, 2026
spot_img
spot_img

รพ.เกาะเต่า เผยผลนำร่อง 1 ปี “AI Chest X-ray” อ่าน-แปลผลภาพถ่ายเอกซเรย์ทรวงอก ประสิทธิผลชัด รวดเร็ว แม่นยำ ลดภาระแพทย์ การคัดกรองวัณโรค ลดการแพร่กระจายเชื้อในพื้นที่ สปสช. พร้อมหนุนบริการเพิ่ม

รพ.เกาะเต่า นำร่อง AI Chest X-ray ประสิทธิผลชัด หนุนคัดกรองโรค เพิ่มความมั่นใจพื้นที่ท่องเที่ยว พร้อมสร้างความมั่นใจนักท่องเที่ยว แม้เป็นโรงพยาบาลเล็กพื้นที่ห่างไกล แต่มีความพร้อมให้การดูแลอย่างมีคุณภาพ พร้อมมีระบบส่งต่อรักษาบนฝั่ง ขณะที่ สปสช. พร้อมหนุนบริการเพิ่ม ปีหน้าเตรียมเปิดให้ รพ. ที่สนใจ รับการสนับสนุน-ติดตั้งใช้งานเพิ่มเติม


นพ.อาทิตย์ คำจันทร์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า เกาะเต่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวดำน้ำระดับโลก มีพื้นที่ประมาณ 21 ตารางกิโลเมตร แม้มีประชากรตามทะเบียนราว 2,400 คน แต่เมื่อรวมประชากรแฝง แรงงานต่างด้าว และนักท่องเที่ยว ทำให้มีคนในพื้นที่จริงสูงถึงประมาณ 17,000–18,000 คน ส่งผลให้เกิดความต้องการด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้น จึงได้พัฒนาโรงพยาบาลเกาะเต่าจากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ยกระดับเป็นโรงพยาบาลระดับ F3 ขนาด 10 เตียง ตั้งแต่ปี 2563 แม้เป็นโรงพยาบาลขนาดเล็ก แต่มีบริการครบครัน ทั้งห้องฉุกเฉิน (ER) 24 ชั่วโมง ผู้ป่วยนอก ผู้ป่วยใน ห้องคลอด ห้องปฏิบัติการ ทันตกรรม และแพทย์แผนไทย พร้อมบุคลากร 66 คน หากเกินศักยภาพจะส่งต่อผู้ป่วยทางเรือหรือเฮลิคอปเตอร์

นอกจากนี้ เมื่อเดือนธันวาคม 2567 โรงพยาบาลยังได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ในการนำร่องบริการ “AI Chest X-ray” ในการอ่านภาพเอกซเรย์ทรวงอก ทั้งในงานรักษารายบุคคลและการคัดกรองจำนวนมาก เช่น การตรวจแรงงานต่างด้าวเพื่อต่อใบอนุญาตทำงาน ซึ่งมีจำนวนปีละ 4,000–5,000 คน

ทั้งนี้ จากการนำ AI มาใช้ได้ช่วยลดภาระแพทย์อย่างมาก จากเดิมที่ต้องใช้เวลานานในการอ่านผลทีละหนึ่งราย เหลือเพียงการคัดกรองเบื้องต้นด้วยระบบ และให้แพทย์วินิจฉัยซ้ำเฉพาะรายที่ผิดปกติประมาณ 10–20 ราย ทำให้ทั้งแพทย์และผู้ป่วยได้รับบริการที่รวดเร็วขึ้น ลดเวลารอคอยอย่างมีนัยสำคัญ

อย่างไรก็ตาม แม้ AI จะช่วยคัดกรองและเพิ่มความมั่นใจในการวินิจฉัยได้ แต่ยังต้องอาศัยดุลยพินิจของแพทย์ ร่วมกับการซักประวัติและตรวจร่างกายตามมาตรฐานวิชาชีพ โดยจากการใช้งานพบว่า AI มีความแม่นยำสูง และสามารถประเมินผลได้รวดเร็วกว่าสายตาแพทย์ โดยเฉพาะความผิดปกติขนาดเล็กที่มองเห็นได้ยาก ช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และเข้าสู่การรักษาได้ทันท่วงที

“นวัตกรรมนี้มีประโยชน์กับผู้ป่วยมาก หากเราตรวจพบมะเร็งตั้งแต่ระยะแรกได้ แม้เพียงหนึ่งรายที่รักษาหายได้ก็ถือว่าคุ้มค่าแล้ว” ผอ.รพ.เกาะเต่า กล่าว พร้อมระบุว่า ในอนาคตคาดหวังให้มีการพัฒนา AI ไปสู่การอ่านภาพสมองและกระดูกเพิ่มเติม และขอบคุณ สปสช. ที่สนับสนุนเทคโนโลยีนี้โดยไม่เป็นภาระงบประมาณของโรงพยาบาล


ด้าน น.ส.พรรณฌิมาร์ ไพรัตน์ นักรังสีการแพทย์ปฏิบัติการ รพ.เกาะเต่า กล่าวว่า AI ช่วยยืนยันผลเพื่อสนับสนุนการวินิจฉัยของแพทย์ และมีบทบาทสำคัญในการคัดกรองประชากรจำนวนมาก เช่น การตรวจสุขภาพแรงงานหลักพันคน จากเดิมที่ใช้เวลาหลายเดือน เหลือเพียงการคัดกรองเบื้องต้นด้วย AI ก่อนให้แพทย์พิจารณาเฉพาะรายที่ผิดปกติ และจากการใช้งานกว่า 1 ปี พบว่าสามารถตรวจพบวัณโรคได้บ่อย ช่วยแยกผู้ป่วยเพื่อลดการแพร่เชื้อ และยังสามารถตรวจพบก้อนเนื้อขนาดเล็ก ซึ่งเมื่อส่งต่อเพื่อตรวจยืนยันด้วย CT Scan ก็พบความผิดปกติจริง ทำให้ผู้ป่วยเข้าสู่การรักษาได้รวดเร็วยิ่งขึ้น


ขณะที่ นายยงยศยิ่ง สีหะสุทธิ์ ปลัดอำเภอประจำตำบลเกาะเต่า กล่าวว่า การนำเทคโนโลยี AI มาใช้ นอกจากช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของแพทย์ให้รวดเร็วและแม่นยำแล้ว ยังช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวว่า แม้เกาะเต่าจะเป็นพื้นที่ห่างไกลและมีโรงพยาบาลขนาดเล็ก แต่ก็มีความพร้อมและให้บริการได้อย่างมีคุณภาพ พร้อมกันนี้ โรงพยาบาลยังเชื่อมต่อการส่งต่อกับโรงพยาบาลบนฝั่ง และมีการซักซ้อมแผนช่วยเหลืออย่างสม่ำเสมอ เพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน

“จากประสบการณ์ส่วนตัวที่เข้ารับการตรวจ พบว่า AI สามารถตรวจพบความผิดปกติเล็กน้อย เช่น ภาวะหัวใจโตที่อาจมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า สะท้อนถึงศักยภาพของเทคโนโลยีในการช่วยให้ประชาชนรับรู้โรคได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และเข้าสู่การรักษาได้อย่างทันท่วงที” ปลัดอำเภอประจำตำบลเกาะเต่า กล่าว


ส่วนด้าน ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า แม้การอ่านภาพเอกซเรย์โดยแพทย์จะมีความแม่นยำและน่าเชื่อถือ แต่การทำงานต่อเนื่องเป็นเวลานานอาจส่งผลให้ประสิทธิภาพลดลง จึงมีการพัฒนาเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยแปลผลภาพ เพื่อวิเคราะห์ความน่าจะเป็นของโรค ซึ่งปัจจุบันมีการพัฒนาในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทยที่มีบริษัทสามารถพัฒนาระบบได้อย่างมีความแม่นยำ และได้รับการขึ้นทะเบียนบัญชีนวัตกรรมไทย


ทั้งนี้ในส่วนของ สปสช. มีบทบาทสนับสนุนการเบิกจ่ายค่าบริการทางการแพทย์ โดยมุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการใช้จ่าย ผ่านการส่งเสริมอุปกรณ์และบริการที่ผลิตในประเทศ เพื่อลดการนำเข้า กระตุ้นเศรษฐกิจ และผลักดันการพัฒนานวัตกรรมไทย ซึ่งที่ผ่านมาได้สนับสนุนหลายรายการ เช่น ถุงทวารเทียม และรากฟันเทียม

“ปัจจุบัน สปสช. ได้บรรจุ AI Chest X-ray ของบริษัทไทยไว้ในสิทธิประโยชน์ เปิดให้โรงพยาบาลสมัครเข้าร่วมเพื่อติดตั้งระบบและใช้งานได้โดยไม่จำกัด ขณะนี้มีโรงพยาบาลเข้าร่วมแล้วประมาณ 300 แห่ง และจะเปิดรับเพิ่มในปีหน้า การนำนวัตกรรมไทยมาใช้ไม่ใช่เพียงการใช้เครื่องมือ แต่คือการสร้างระบบนิเวศที่ยืนยันว่าคนไทยทำได้ และสามารถพัฒนาได้ทัดเทียมหรือดีกว่าต่างประเทศ หากได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง” รองเลขาธิการ สปสช. กล่าว

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

1.สายด่วน สปสช. 1330
2.ช่องทางออนไลน์
• ไลน์ สปสช. พิมพ์ไลน์ไอดี @nhso หรือคลิก https://lin.ee/zzn3pU6
• Facebook : สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
https://www.facebook.com/NHSO.Thailand

 

บทความที่เกี่ยวข้อง
- Advertisment -spot_imgspot_img

บทความยอดนิยม

- Advertisment -spot_img

ความคิดเห็นล่าสุด

- Advertisment -spot_img