เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) พร้อม สปสช.เขต1 เชียงใหม่ ลงพื้นที่เยี่ยมชมและติดตาม “หน่วยบริการนวัตกรรม ทางเลือกเสริมบัตรทองรูปแบบใหม่” หลังปรับหลักเกณฑ์ผู้ให้บริการและผู้มาใช้สิทธิบริการ คลินิกที่เข้าร่วม 30 บาทรักษาทุกที่ ณ คลินิกทันตกรรมกู๊ด ฟ.ฟัน แม่เหียะ จ.เชียงใหม่ และคลินิกทันตกรรมฟอร์จูน สาขามหิดล จ.เชียงใหม่

ทพ.อรรถพร รองเลขาธิการ สปสช. กล่าวว่า สำหรับหน่วยบริการนวัตกรรมทางเลือกเสริมบัตรทองที่คลินิกทันตกรรม กู๊ด ฟ.ฟัน แม่เหียะ ตั้งอยู่ภายในปั้มน้ำมัน และเป็นหน่วยบริการนวัตกรรมที่ได้ขึ้นตรงกับสปสช.หลังจากที่มีการปรับระบบเมื่อวันที่ 12 ม.ค.2569ที่ผ่านมาว่ายังมีปัญหาอุปสรรคอย่างไร ซึ่งพบว่า ประชาชนที่จะมารับบริการต้องมีการยืนยันตัวตนก่อนรับบริการ ซึ่งสปสช.เน้นการสแกนใบหน้าเพื่อให้มั่นใจว่าประชาชนที่มารับบริการจะไม่ถูกสวมสิทธิ์ ถ้าสแกนใบหน้าไม่ผ่านเราจะให้ใช้ช่องทางไลน์สปสช. ลงทะเบียนได้เช่นกัน ถ้าลงทะเบียนทั้ง 2 วิธีไม่ผ่านกรณีที่อายุน้อยมากก็เปิดอีกช่องทางในการยืนยันตัวตนโดยใช้บัตรประชาชน ที่เราทำเพื่อป้องกันการสวมสิทธิ์ ได้รับคำแนะนำว่าอยากให้สปสช.มีการประชาสัมพันธ์เรื่องปรับบริการนี้ให้มากๆเพราะบ้างครั้งการสื่อสารไม่ถึงและยังไม่เข้าใจ

รองเลขาธิการ สปสช. กล่าวต่อว่า สำหรับเรื่องการเบิกจ่ายทางคลินิกยังพบว่ามีติดปัญหาเทคนิค เช่นเรื่องตัวรายงาน บางส่วนยังถูกปฏิเสธการจ่าย เพราะยังคุ้นเคยกับระบบเดิมทำให้การเบิกจ่ายมีปัญหา ซึ่งระบบใหม่ที่หากจะเบิกจ่ายกับสปสช.ถ้าไม่มีการสแกนใบหน้าหรือยืนยังตัวตนก็ไม่สามารถจะเบิกจ่ายได้ ซึ่งก่อนหน้าสปสช.พยายามชี้แจงทำความเข้าใจเรื่องระบบจะต้องมีการติดตามดูว่าการเปลี่ยนแปลงหลักๆมีอะไรที่เป็นปัญหาบ้าง ถ้าไม่มีการยืนยันตัวตนที่สปสช.ระบุไว้อาจจะถูกปฏิเสธการจ่ายได้ นอกจากนี้ทุกบริการหน่วยนวัตกรรมต้องไม่มีการเก็บส่วนต่างจากคนไข้ เพราะสปสช.จะเป็นคนจ่ายค่ารักษาพยาบาลที่ตกลงไว้กับหน่วยบริการนวัตรกรรม โดยประชาชนที่ใช้สิทธิบัตรทองไม่ต้องเสียส่วนต่างใดๆเลย อาทิ ค่าทำความสะอาด ค่าเครื่องมือ แอร์ เป็นต้น ถ้ามีการเก็บค่าส่วนต่างขอให้แจ้งมาที่สายด่วน สปสช.1330 เราจะติดตามเงินคืนให้ท่านและคลินิกที่เก็บส่วนต่างก็จะถูกยกเลิกสัญญา

ด้าน ทพ.ญ.อัญชลี เวียงคำ เจ้าของคลินิกทันตกรรมกู๊ด ฟ.ฟัน แม่เหียะ จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า หลังจากที่สปสช.มีการปรับเปลี่ยนระบบการให้ผู้มารับบริการต้องสแกนใบหน้าเพื่อยืนยันตัวตน ได้ประมาณเกือบ 1 เดือนแล้วคนไข้ผู้มารับบริการและทางหน่วยนวัตกรรมมีการปรับตัวกับระบบใหม่ค่อนข้างอยู่ตัวแล้วและดีขึ้น ผู้รับมาใช้บริการหากเทียบกับระบบเดิมเมื่อก่อนมีผู้มี 10 คนต่อวัน แต่หลังจากปรับเปลี่ยนระบบใหม่ช่วงแรกผู้มาใช้บริการลดลงเหลือ 4-5 คนต่อวัน ส่วนใหญ่ที่เป็นปัญหาคือเรื่องระบบการเบิกจ่ายค่อนข้างมีหลายขั้นตอน ทำให้ผู้รับบริการบางคนที่ไม่เก่งเรื่องโซเซียลไม่ได้รับบริการ และต้องกลับไปรับบริการที่รพ.ซึ่งต้องรอคิวนานเหมือนเดิมบางคนก็ไม่ไป ซึ่งทำให้ต้องมีการปรับตัวกันมากขึ้น ส่วนของคลินิกอยากเสนอแนะเรื่องของการเบิกจ่ายที่ยังติดปัญหาอยู่ ถ้าสปสช.ลดขั้นตอนการเบิกจ่ายจะดีมาก หากดูภาพรวมแล้วบริการหน่วยนวัตกรรมยังเป็นประโยชน์ผู้มาใช้สิทธิบริการมากเพราะสะดวก รวดเร็วไม่รอคิวนาน และยังเป็นทางเลือกคนไข้ลดความแออัดของรพ.ด้วย
ทพ.ญ.อัญชลี กล่าวฝากถึงรัฐบาลใหม่ว่า อยากให้สนับสนุนโครงการนวัตกรรมนี้อย่างต่อเนื่องเพราะเป็นโครงการที่ดีมาก สิ่งที่ได้รับจากสปสช.คือการแจ้งว่างบประมาณมีจำกัดถึงต้องมีการปรับโควตา ถ้ารัฐบาลให้งบสนับสนุนเพิ่มขึ้นและทำต่อเนื่องเป็นประโยชน์กับผู้รับบริการและหน่วยบริการนวัตกรรมมาก
ด้านทพ.ทรงพล รุจิพรรณ ทันตแพทย์ผู้ดำเนินการสถานพยาบาลคลินิกทันตกรรมฟอร์จูน สาขามหิดล จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า หลังจากสปสช.มีการปรับเปลี่ยนหลักเกณฑ์การให้บริการเกือบ 1เดือนที่ผ่านมา พบว่า ผู้ใช้สิทธิบัตรทองติดต่อขอเข้ามารับบริการมาก แต่ด้วยที่มีการเปลี่ยนหลักเกณฑ์ใหม่ก็ทำให้คลินิกรับคนไข้ในช่วงแรกไม่ค่อยได้เพราะสิทธิ์เต็ม พอมาเดือนก.พ.69 มีผู้มาใช้สิทธิ์เพิ่มมากขึ้นประมาณ 5-10 คนต่อวัน ช่วงแรกคนไข้ไม่แน่ใจเพราะมาแล้วบางคนไม่สามารถทำได้ ตนอยากให้สปสช.มีการประชาสัมพันธ์มากกว่านี้ คนไข้ได้รับรู้ว่าเขามีช่องทางที่ทำให้เขาสะดวกมากขึ้น ปัจจุบันสิทธิผู้มาใช้บริการดีขึ้นสามารถมาแสกนใบหน้าได้เลย บางคนเดินมารับบริการเลยที่ยังไม่ได้จองสิทธิ์ก็สามารถมารับบริการได้เช่นกัน ทำให้ดีขึ้นมาก ช่วงนี้เริ่มเข้าที่แล้ว อีกอย่างตนอยากฝากสปสช.พิจารณาคือ ช่วงระยะเวลาที่หลังแสกนใบหน้าเสร็จแล้ว อยากให้ขยายระยะเวลาหรืออายุของคิวอาร์โค้ชมากขึ้นจากปัจจุบัน 6 ชม.เพิ่มเป็น 2-3 วันคนไข้จะสะดวกขึ้น บางที่ระยะเวลา 6 ชม.คนไข้ไปหาคลินิกทำไม่ได้ก็มี
ทพ.ทรงพล กล่าวฝากถึงรัฐบาลใหม่ว่า ขอให้มีการเปิดโอกาสให้คลินิกเอกชนเข้ามาร่วมจัดบริการในโครงการหน่วยบริการนวัตกรรม 30 บาทรักษาทุกที่ เพราะช่วยกระจายความแออัดใน รพ. ประชาชนได้รับบริการใกล้บ้าน และยังช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางได้อย่างมาก และอยากให้สานต่อโครงการนี้ให้เกิดความยั่งยืนต่อเนื่อง รวมทั้งอยากให้เพิ่มเรื่องการใส่ฟัน รักษารากฟัน เป็นต้น
“บางสิ่งบางอย่างเป็นเรื่องใหม่ต้องเรียนรู้ไปพร้อมกัน บางอย่างมีอุปสรรคเราต้องมาช่วยคิดแก้ปัญหาทั้งสองฝ่าย ฝ่ายคลินิกสะท้อนปัญหาให้สปสช. เพื่อผลประโยชน์ให้ประชาชนมีสุขภาพที่ดีขึ้น”ทพ.ทรงพล กล่าว

ด้านนายเสาร์แก้ว ขันทะ อายุ 65 ปี มารับบริการถอนฟันที่คลินิกทันตกรรมฟอร์จูนฯ เล่าว่า ตนใช้สิทธิบัตรทอง ก่อนไปใช้ที่รพ.ต้นสังกัดรอนานมากและทางรพ.บอกว่าสามารถมาใช้ที่คลินิกเอกชนได้จึงมากรับบริการ3ครั้งแล้ว ปี68 มา 1ครั้ง และปีนี้มาถอนฟัน และขูดหินปูน อยากบอกว่า โครงการนี้ดีมากช่วยประชาชนให้เข้ามารักษาฟัน ไม่เสียเวลา แถมสะดวกสบาย ไม่ต้องรอคิวนาน อยากให้มีโครงการแบบนี้เยอะๆกระจายทั่วๆ ส่วนที่ระบบมีการเปลี่ยนตนไม่รู้หรอก รู้แค่มาทางคลินิกเป็นบอกและทำให้ทุกอย่าง ดีมากๆอยากบอกว่า 30 บาทดีสุดยอด เพราะไม่เสียเงินเลย

ด้าน นางวันดี แซ่ลี อายุ 58 ปีมาใช้บริการ อุดฟันที่คลินิกทันตกรรมฟอร์จูน เล่าว่า เห็นป้าย 30 บาทติดอยู่หน้าคลินิกเลยเข้ามาทำฟัน วันนี้มาอุดฟัน 2 ซีก รอดคิวไม่นาน ใช้บัตรประชาชนและมีการแสกนใบหน้าก็เข้าไปทำฟันได้เลย อยากบอกว่าดีมาก ปกติแล้วตนจะไปทำฟันที่รพ.รอคิวนานมาก และเห็นมีการประชาสัมพันธ์เรื่องป้าย เลยเข้ามาทำอีกทั้งสะดวกเพราะอยู่ใกล้บ้าน ไม่ต้องเดินทางไกลและค่าเงินเยอะ อยากให้มีแบบนี้มากๆ
///////




