วันเสาร์, 7 กุมภาพันธ์ 2026 | 3:13 am
25.4 C
Thailand
เสาร์, กุมภาพันธ์ 7, 2026
spot_img
spot_img

คณะอนุกรรมการพัฒนาระบบฯ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมหน่วยบริการมาตรา 3 และหน่วยนวัตกรรม 30 บาท จ.ฉะเชิงเทรา

เมื่อวันที่ 6 กพ.2569 คณะอนุกรรมการพัฒนาระบบและกำกับคุณภาพมาตรฐานบริการสาธาธารณสุข นำโดย นพ.สุวิทย์ วิบุลผลประเสริฐ ประธานอนุกรรมการพัฒนาระบบและกำกับคุณภาพมาตรฐานบริการสาธารณสุข ภายใต้คณะกรรมการควบคุมคุณภาพและมาตรฐานบริการสาธารณสุข พร้อมด้วย ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และ นพ.สุรทิน มาลีหวล ผู้อำนวยการ สปสช. เขต 6 ระยอง


ลงพื้นที่เยี่ยมชมหน่วยบริการตามมาตรา 3 รวมถึงหน่วยบริการนวัตกรรม 30 บาท ในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อกำกับติดตามการดำเนินงาน รับทราบผลการขับเคลื่อนบริการภายหลังการปรับหลักเกณฑ์ใหม่ และรวบรวมข้อมูลปัญหา อุปสรรคจากพื้นที่ เพื่อนำไปใช้ในการปรับปรุงพัฒนาระบบบริการของ สปสช. ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น รวมถึงการพัฒนาระบบการเบิกจ่าย และการพัฒนาระบบสแกนใบหน้าเพื่อยืนยันตัวตนในการรับบริการ โดยมีนายธรรม พิศวาท รักษาการแทนผู้อำนวยการ รพ.สต.วังตะเคียน และผู้อำนวยการ รพ.สต.บ้านคลองนครเนื่องเขต หมู่ 17 พร้อมคณะเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ ให้การต้อนรับ

คณะอนุกรรมการฯ ได้ลงพื้นที่ติดตามการขับเคลื่อนงานหน่วยบริการตามมาตรา 3 หน่วยบริการที่รับการส่งต่อเฉพาะด้านสถานชีวาภิบาล และหน่วยบริการนวัตกรรม เพื่อประเมินความพร้อม คุณภาพบริการ และการเชื่อมโยงระบบส่งต่อให้เกิดความต่อเนื่อง


หน่วยบริการที่เข้าตรวจเยี่ยมประกอบด้วย “ศูนย์พัฒนาชีวิตผู้ป่วยจิตเวชบ้านสวนสายใย” ตั้งอยู่ ต.ก้อนแก้ว อำเภอคลองเขื่อน (หน่วยบริการตามมาตรา 3) มี นส.ศริฎา กัลยาณชาติ ประธานชมรมสายใย-ก้อนแก้ว ให้การต้อนรับและเล่าว่า บ้านสวนสายใย-ก้อนแก้ว เป็นหน่วยบริการนวัตกรรมฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์(สปสช.) ได้ขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยให้บริการตามมาตรา3 เพื่อให้ประชาชนสิทธิบัตรทองเข้าถึงบริการฟื้นฟูที่มีคุณภาพ และเป็นหน่วยบริการที่รับการส่งต่อเฉพาะด้านฟื้นฟูสมรรถภาพทางแพทย์ ไปเมื่อวันที่ 2 ก.พ.2569ที่ผ่านมา เน้นการส่งต่อผู้ป่วยจิตเวชจากสถานพยาบาลหลักที่มีอาการคงที่ เพื่อมารับการฟื้นฟูเพื่อให้พวกเขาสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ปกติ ซึ่งจะช่วยลดความแออัดในรพ.และลดอัตราการป่วยซ้ำได้อย่างยั่งยืน

นส.ศริฎา เล่าต่อว่า ศูนย์แห่งนี้ยังให้ความรู้เรื่องของจิตเวชและการอยู่กับคนที่ป่วยจิตเวชได้ รวมถึงสิทธิผู้ป่วยจิตเวชสามารถเป็นคนพิการรับสิทธิได้เงิน 800 บาทต่อปีและยังพาพวกเขาสู่การทำงานองค์กรเอกชน ปัจจุบันเราดูแลผู้ป่วยอยู่ 20 ราย ชาย 10 คน หญิง 10 คนในพื้นที่ รวม 49 ไร่ แต่เป็นพื้นที่ดำเนินการจริงอยู่ 3 ไร่ มีเรือนที่พัก แต่ด้วยงบประมาณที่มีจำกัด ปัจจุบันได้หารือกับสปสช.ว่าศูนย์เราเป็นหน่วยร่วมบริการฟื้นฟูจิตเวช ที่เราอยากได้กองทุนเข้ามาช่วยเหลือการสร้างโครงงานฟื้นฟูและขอสนับสนุนงบจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพราะงานฟื้นฟูมันต้องใช้เวลานานมาก ผู้ป่วย 1 คนสามารถฟื้นฟูแล้วกลับมาปกติและทำงานได้เวลา 5-10 ปี

“การแก้ปัญหาจุดนี้ต้องแก้ที่องค์รวมในเรื่องการดูแลสุภาวะ สิ่งแวดล้อม ความเข้าใจครอบครัว โดยเราต้องให้ความรู้ญาติ ปัจจุบันมีอยู่ 8 คนที่ร่วมทำงานแล้ว ส่วนที่จบออกไปทำงานครอบครัว 4-5 คน ” นส.ศริฎา กล่าวและว่า ปัญหาผู้ป่วยจิตเวชส่วนใหญ่มาจากยาเสพติด พันธุ์กรรม ความเครียด และการติดโทรศัพท์มือถือหรือโซเซียลมีเดียที่ทำให้ป่วยเป็นซึมเศร้าได้ โดยศูนย์แห่งนี้อายุน้อยสุด 12 ปี และอายุมากสุด 55 ปี สำหรับแผนงานในการฟื้นฟูแบ่งเป็น 4 ฐาน คือ1. สติ-ผ่านการเคลื่อนไหว 2.ใจ-ศิลปะเยียวยา 3.คิด-คิดสร้างสรรค์เอาตัวรอดด้วยการเล่นเกม และ4.มีสปาเท้า-ความกตัญญูมาใช้กับผู้ป่วย


จากนั้นได้ลงตรวจเยี่ยมร้านยามีชีวา (หน่วยนวัตกรรม) และคลินิกทันตกรรมดีโอ้เดนทัล (หน่วยนวัตกรรม) รพ.สต.วังคะเคียน และสมาคมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนตาบอดฉะเชิงเทรา อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา ทั้งนี้เพื่อการติดตามผลการดำเนินงานเพื่อยกระดับคุณภาพบริการให้ประชาชนผู้มีสิทธิบัตรทองสามารถเข้าถึงบริการได้สะดวก รวดเร็ว และมีมาตรฐาน ภายใต้นโยบายบัตรทอง 30 บาท อย่างมีประสิทธิภาพ


ด้านทพ.อรรถพร รองเลขาธิการ สปสช. กล่าวภายหลังลงพื้นที่ติดตามหน่วยนวัตกรรมร้านยา และคลินิกทันตกรรม หลังจากมีการปรับหลักเกณฑ์บริการใหม่ยังมีปัญหา อุปสรรคการให้บริการ รวมถึงการพัฒนาระบบการเบิกจ่าย และการพัฒนาระบบสแกนใบหน้าเพื่อยืนยันตัวตนในการรับบริการ รวมถึงคนที่มีอายุน้อยกว่า 15 ปีและอายุมากกว่า 60 ปีเป็นอย่างไรหลังจากสอบถามทางร้านยาพบว่า ปัญหาเริ่มคลี่คลายแล้ว ช่วงแรกมีปัญหาไม่เข้าใจระบบ การยืนยันตัวตนด้วยใบหน้าไม่ยุ่งยากทำได้ และร้านก็มีความสบายใจมากขึ้น ส่วนคลินิกทันตกรรมพบว่ายังติดปัญหาอยู่นิดหน่อย อาจจะต้องมีการแจ้งสปสช.ในการบันทึกข้อมูล แต่คุณหมออาจจะไม่ได้มาทุกวัน แต่มีเวลาชัดเจน ซึ่งระบบสปสช.ยังไม่รองรับ ทางเราก็นำไปพิจารณาเพื่อนำไปปรับระบบ อย่างไรก็ตามภาพโดยรวมแล้วจากตนสอบถามคนที่มาใช้บริการทุกคนตอบเสียงเดียวกันว่า ดีมาก ส่วนเรื่องโควต้าเรากำลังปรับให้สอดคล้องกับงบประมาณ


ขณะที่นส.อัมฑิกา ศิระสิริกุล ผู้จัดการเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล คลินิกทันตกรรมดีโอ้เดนทัล สาขาฉะเชิงเทรา เล่าว่า จากที่สปสช.มีการปรับเปลี่ยนระบบผู้มารับบริการพบว่า คุณหมอภาคเอกชนเข้าตารางทำงานไม่ตรงตามวันทุกวัน ทำให้ไม่สามารถรับผู้ป่วยสิทธิบัตรทองได้ในช่วงเวลานั้นได้ เพราะไม่ได้เข้าประจำทุกวันแต่เข้าประจำเป็นบางวันเพราะเรามีหลายสาขาอยู่ทั่วประเทศ หากปรับตรงนี้ได้คนไข้จะสามารถมารับบริการได้ เพราะบางคนไม่เคยมาหาหมอฟันเลยพอมีตรงนี้เขาก็มารับบริการเพราะมันสะดวกสบายกับคนไข้มาก


ด้านนพ.สุวิทย์ กล่าวภายหลังจากลงพื้นที่ไปติดตามทั้ง 3 หน่วยพบว่า สถานการณ์ดีขึ้นมากจากที่ว่ามารับบริการไม่ได้ไม่มี แต่จะมีเรื่องการเช็คสิทธิตรวจสอบสิทธิเด็กและผู้สูงอายุก็มีการแก้ไขแล้ว สามารถมาใช้บริการได้แบบเดิมสแกนใบหน้า การเข้าไม่ถึงบริการลดลงจนแทบไม่พบปัญหา อาจมีปัญหาเล็กๆน้อยๆที่ก็ได้รับการแก้ไขแล้วและบางอย่างรอการแก้ไขอยู่

บทความที่เกี่ยวข้อง
- Advertisment -spot_img

บทความยอดนิยม

- Advertisment -spot_img

ความคิดเห็นล่าสุด

- Advertisment -spot_img