เวทีประชุมวิชาการนานาชาติรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2569หรือ (PMAC 2026) มีการจัดกิจกรรมพาคณะผู้เข้าร่วมประชุมจากนานาชาติ ลงพื้นที่ไปศึกษาดูงานการพัฒนาระบบการดูแลระยะยาวโดยชุมชน (Long-Term Care: LTC) ที่ ศูนย์การแพทย์เทศบาลเมืองลาดสวาย อ.ลำลูกกา และพื้นที่ชุมชน จังหวัดปทุมธานี โดยมี นพ.ดุสิต ขำชัยภูมิ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช. ) และ นายอิทธิเดช ผาสุข รองนายกเทศมนตรีเมืองลาดสวาย พร้อมด้วย นพ.สมชาติ สุจริตรังษี ผู้อำนวยการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเขต 4 สระบุรีให้การต้อนรับ เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2569 (ที่ผ่านมา)
นพ.ดุสิต กล่าวว่า การพาผู้เข้าร่วมประชุม PMAC มาศึกษาดูงานที่เทศบาลเมืองลาดสวาย ลำลูกกา ปทุมธานี เป็นโอกาสดีที่ได้ถ่ายทอดประสบการณ์ของประเทศไทยในการพัฒนาระบบการดูแลระยะยาว (Long-Term Care: LTC) สำหรับผู้สูงอายุ ภายใต้ความร่วมมือระหว่างสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการดูแลผู้สูงอายุได้อย่างทั่วถึง โดยไม่จำกัดสิทธิการรักษา
อีกทั้งได้เรียนรู้การทำงานร่วมกันของผู้จัดการการดูแล (Care Manager : CM) ผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Caregiver:CG) อาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) และทีมสหวิชาชีพ ในการให้บริการดูแลผู้สูงอายุทั้งในสถานพยาบาลและที่บ้าน ครอบคลุมการฟื้นฟูสมรรถภาพ การดูแลด้านสุขภาพ การสนับสนุนทางสังคม รวมถึงการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค
หนึ่งในจุดเด่นของพื้นที่ต้นแบบ เทศบาลเมืองลาดสวาย ปทุมธานี คือ การบริหารจัดการงบประมาณในรูปแบบ Matching Fund ระหว่าง สปสช. และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งช่วยเพิ่มศักยภาพให้ชุมชนสามารถออกแบบและบริหารจัดการระบบการดูแลระยะยาว (Long-Term Care: LTC) ที่เหมาะสมกับบริบทของตนเองได้อย่างยั่งยืน และมีเป้าหมายร่วมกันคือประชาชน โดยยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง
ด้าน นายอิทธิเดช ผาสุข รองนายกเทศมนตรีเมืองลาดสวาย ดูแลด้านสาธารณสุข กล่าวว่า การให้ความสำคัญเกี่ยวกับ LTC สำหรับผู้สูงอายุ โดยมีการรับสมัครผู้สนใจดูแลผู้ป่วยตามชุมชน แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ เข้าโครงการดูแล ผู้ป่วยที่มีภาวะพึงพิง CG กระตุ้นเศรษฐกิจ ที่ต้องการให้มีผู้ดูแลกลุ่มเปราะบางเกือบทั้งวัน ส่วนอีกประเภทเป็นการดูแลแบบรายชั่วโมง ผู้มีภาวะพึ่งพิงในตำบลเราปัจจุบันเรามี 200 กว่าคน เราก็สลับผลัดเปลี่ยนดูแล ทั้งทีมพยาบาล อสม.มีการลงไปเยี่ยมบ้านดูแลตามแผนที่จัดวางไว้ สิ่งสำคัญที่นี่คือเน้นประชาชนเป็นศูนย์กลาง และให้บริการเชิงรุก ไม่ใช่ให้ประชาชนเดินมาหาเรา แต่เราเดินไปหาเขา โดยทีมCG ที่ให้บริการพี่น้องประชาชน เพราะนายกเทศมนตรีลาดสวายเห็นความสำคัญเรื่องของสุขภาพอนามัยเป็นปัจจัยต้นๆ ถ้าเขามีสุขภาพดีเศรษฐกิจในเทศบาลเมืองลาดสวายก็ดีขึ้นด้วย จึงเกิดศูนย์การแพทย์เทศบาลเมืองลาดสวายขึ้น
รองนายเทศมนตรีเมืองลาดสวาย กล่าวต่อว่า ตนรู้สึกภูมิใจคณะ PMAC หรือผู้เข้าร่วมประชุมจากนานาชาติให้ความสนใจ ลงพื้นที่ไปศึกษาดูงานที่เรา อาจเรียกได้ว่าเป็นแห่งแรกของ อ.ลำลูกกาก็ว่าได้ ที่เทศบาลเมืองลาดสวายถึงสามารถจัดตั้งศูนย์การแพทย์ฯระดับปฐมภูมิ ที่มีเครื่องอุปกรณ์ทางการแพทย์ค่อนข้างทันสมัยและมีหลายแผนกขึ้นมาโดยใช้งบท้องถิ่นในการบริหารจัดการและยังเป็นการจัดตั้งโดยท้องถิ่นเองไม่ได้มีการโอนจาก รพ.สต.ซึ่งแตกต่างจากที่อื่น
“ถือเป็นจุดเด่นของเรา ศูนย์การแพทย์ฯดำเนินการเกือบ 1 ปีแล้ว มีประชาชนมารับบริการกว่า200 คนต่อวัน ใช้บริการตามแผนกต่างๆ ส่วนอุปกรณ์แพทย์ทันสมัยเราลงทุนและจัดหานวัตกรรมทางการแพทย์เข้ามาช่วยควบคู่ไปกับการรักษา และยังได้หมอที่มีประสบการณ์ดีบ้างคนจบนอก ปัจจุบันมีแพทย์ประจำ 4 คน เจ้าหน้าที่พยาบาลบุคลากร 40 กว่าคน สิ่งที่ภูมิใจนำเสนอ CG สมองเสื่อม ร่วมถึงการเยี่ยมบ้าน”นายอิทธิเดช กล่าว

ด้านนพ.สมชาติ สุจริตรังษี ผอ.สปสช.เขต4 สระบุรี กล่าวว่า หนึ่งในจุดเด่นของพื้นที่ต้นแบบ เทศบาลเมืองลาดสวาย ปทุมธานี คือ การบริหารจัดการงบประมาณในรูปแบบ Matching Fund ระหว่าง สปสช. และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งช่วยเพิ่มศักยภาพให้ชุมชนสามารถออกแบบและบริหารจัดการระบบการดูแลระยะยาว (Long-Term Care: LTC) ที่เหมาะสมกับบริบทของตนเองได้อย่างยั่งยืน และมีเป้าหมายร่วมกันคือประชาชน โดยยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง
“ศูนย์แพทย์ที่นี่ ผอ.เป็นพยาบาลดูแล CG คือการพัฒนาร่วมกับกรมอนามัย ในการอบรมการให้ความรู้เพิ่มเตมแบบมืออาชีพเพื่อให้มีปริมาณมากและจัดสรรปันส่วนในการออกเยี่ยมบ้าน ร่วมกับอสม.เพราะเขารู้ว่าชุมชนไหนมีอะไรที่ต้องการ CG ที่พื้นที่เทศบาลเมืองลาดสวายดำเนินการมีทั้งจิตอาสากับที่รับเงินเดือน การที่เทศบาลเมืองลาดสวายเป็นต้นแบบ ผู้บริหารเห็นความสำคัญเรื่องของสุขภาพ และยังเห็นถึงเป้าหมายร่วมกันว่าสังคมประเทศไทยมีความอบอุ่นมีวัฒนธรรมสืบสานการดูแลผู้สูงอายุอยู่”
นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมยังได้ชมกิจกรรมสาธิตการบูรณาการบริการสุขภาพในชุมชน อาทิ การฟื้นฟูสมรรถภาพ บริการทันตกรรม การแพทย์แผนไทยและการแพทย์แผนจีน รวมถึงกิจกรรมพิเศษการนวดแผนไทยโดยผู้ประกอบวิชาชีพ เป็นการนำภูมิปัญญาไทยมาผสมผสานในระบบการดูแลระยะยาวอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมลงเยี่ยมบ้านในชุมชนได้เห็นถึงการดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงด้วย

ขณะที่ Dr. David Johnson จากประเทศบาร์เบโดส ในฐานะประธานและผู้ก่อตั้งองค์กรพัฒนาเอกชน (NGO) ที่ชื่อว่า”Let’s Unpack It” องค์กรตั้งอยู่ที่บาร์เบโดสและทำงานครอบคลุมพื้นที่ในแถบแคริบเบียนตะวันออก โดยมุ่งเน้นเรื่อง สุขภาพจิตของเด็กและเยาวชน เล่าว่า สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการลงพื้นที่ (เยี่ยมชมศูนย์สุขภาพและเยี่ยมบ้าน) รู้สึกประทับใจมากที่ได้เรียนรู้เกี่ยวกับ ระบบการดูแลสุขภาพระดับชุมชน (Community-based healthcare) โดยเฉพาะสำหรับประชากรผู้สูงอายุในประเทศไทย ได้รับความรู้เกี่ยวกับแนวทางการทำงานร่วมกัน รูปแบบประกันสุขภาพ และการนำบริการลงสู่ระดับชุมชนเพื่อช่วยเหลือผู้สูงอายุและผู้ที่เคลื่อนไหวลำบาก มั่นใจว่า จะสามารถนำไปปรับใช้ไดกับประเทศตนได้แน่นอน ทั้งในเอเชียและแคริบเบียน สถานการณ์ในบาร์เบโดส ประเทศบาร์เบโดสกำลังเผชิญภาระจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) และการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ จึงจำเป็นต้องคิดทบทวนเรื่องการดูแลผู้สูงอายุใหม่ โครงการนี้ไม่ควรจำกัดอยู่แค่ในเทศบาลนี้ แต่ควรเป็นต้นแบบ (Model) ให้กับพื้นที่อื่นๆ
ด้าน Joy Marie Galiera ประเทศฟิลิปปินส์ ปัจจุบันกำลังศึกษาระดับปริญญาโทอยู่ที่สถาบันวิจัยประชากรและสังคม (Institute of Population and Social Research) มหาวิทยาลัยมหิดล
สาเหตุที่เธอได้รับเลือกให้มาดูงานนี้เนื่องจากเธอมีความสนใจในเรื่อง ประชากรสูงวัย (Aging population)และเคยทำงานด้านนี้มาก่อนที่ฟิลิปปินส์ ซึ่งประเทศฟิลิปปินส์เองก็คาดว่าจะก้าวเข้าสู่การเป็นประเทศสังคมสูงวัยในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าเช่นกัน สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการดูงาน (Nursing Home และ Home Visiting) ตนมองว่าฟิลิปปินส์มีหลายอย่างที่สามารถเรียนรู้ได้จากประเทศไทย โดยทั้งสองประเทศมีจุดเด่นทางวัฒนธรรมที่คล้ายคลึงกันมาก คือ ครอบครัวจะเป็นผู้ดูแลผู้สูงอายุ สิ่งที่เธอเห็นว่าควรเรียนรู้และนำไปปรับใช้คือ วิธีการบูรณาการวัฒนธรรมการดูแลโดยครอบครัว ให้เข้ากับการสนับสนุนจากรัฐบาลและชุมชนเพื่อให้วัฒนธรรมการดูแลนี้ยังคงดำเนินต่อไปได้และสามารถมอบการดูแลที่ดีที่สุดให้กับผู้สูงอายุ

อย่างไรก็ตามการศึกษาดูงานครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า การสร้างระบบการดูแลผู้สูงอายุที่เข้มแข็ง ไม่ได้อาศัยระบบโรงพยาบาลเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยการมีส่วนร่วมของชุมชน ความร่วมมือจากทุกภาคส่วน และการกำกับดูแลในระดับท้องถิ่น เพื่อรองรับสังคมสูงวัยอย่างมีคุณภาพ พร้อมทั้งช่วยลดภาระของระบบบริการสุขภาพในระยะยาวได้อีกด้วย
#PMAC2026 #สังคมสูงวัย #ดูแลผู้สูงอายุ #การดูแลระยะยาว #LTC #สุขภาพดีมีศักดิ์ศรี #ระบบสุขภาพไทย #หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า #นโยบายสาธารณสุข #สุขภาพเพื่อทุกคน #สุขภาพเชิงพื้นที่



