วันที่ 24 เมษายน 2568 ณ ที่ทำการศูนย์คุ้มครองสิทธิบัตรทอง อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ภก.คณิตศักดิ์ จันทราพิพัฒน์ ผู้ช่วยเลขาธิการ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) พร้อมด้วย นพ.สมชาติ สุจริตรังษี ผู้อำนวยการกลุ่ม สปสช.เขต 4 สระบุรี เยี่ยมชมการดำเนินงานศูนย์คุ้มครองสิทธิบัตร จ.พระนครศรีอยุธยา
โดยมี นางสาวชลดา บุญเกษม ประธานศูนย์คุ้มครองสิทธิบัตรทอง และคณะให้การต้อนรับและนำเสนอการดำเนินงาน โดยมีประเด็นที่สำคัญได้แก่ การแก้ไขปัญหาคนไทย ที่มีปัญหาสถานะทางทะเบียน ช่วยให้มีบัตรประจำตัวประชาชน เพื่อเพิ่มการเข้าถึงสิทธิทางสุขภาพ และการรับเรื่องร้องทุกข์ร้องเรียนด้านการรักษาพยาบาลของผู้ใช้สิทธิบัตรทอง ประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมทั้งลงพื้นที่เยี่ยมบ้านคนพิการ ที่ได้รับการช่วยเหลือจนได้มีบัตรประจำตัวประชาชน
ภก.คณิตศักดิ์ จันทราพิพัฒน์ ผู้ช่วยเลขาธิการ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า หน่วยรับเรื่องร้องเรียน 50 (5) ถูกจัดตั้งขึ้นภายใต้ พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545 แต่เริ่มตั้งขึ้นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2551 โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้ประชาชนได้ร้องเรียนในกรณีเมื่อได้รับการบริการที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือไม่ได้สิทธิประโยชน์ที่ควรจะได้รับ ทั้งนี้ หน่วยงานนี้จะไม่ตั้งขึ้นโดยหน่วยบริการ เช่น โรงพยาบาล ฯลฯ แต่จะเป็นหน่วยรับเรื่องร้องเรียนที่เป็นอิสระ เช่น จัดตั้งขึ้นโดยภาคเอกชน ภาคประชาชน หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่มีสถานที่ตั้งอันเหมาะสมและประชาชนเข้าถึงได้สะดวก รวมถึงมีศักยภาพที่จะดูแลประชาชนในพื้นที่ตามมาตรฐานของเกณฑ์ อาทิ มีผู้ปฏิบัติงานประจำ ช่องทางสื่อสาร สามารถรายงานผลได้ ฯลฯ ซึ่ง สปสช. จะมีการประเมินผ่านการตรวจเยี่ยม ตรวจสอบผลรายงาน ฯลฯ
ผู้ช่วยเลขาธิการฯ กล่าวว่า ในปี 2566 คณะกรรมการควบคุมคุณภาพและมาตรฐานบริการสาธารณสุข ได้ออกประกาศเปลี่ยนชื่อใหม่ให้ประชาชนเข้าใจ เข้าถึงได้สะดวกและง่ายขึ้น เป็น “ศูนย์คุ้มครองสิทธิบัตรทอง” ซึ่งมีหน้าที่ในการรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน ตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อปกป้องสิทธิของประชาชน และหาทางออกของปัญหา เพื่อทำการแก้ไข รวมถึงนำไปสู่การสร้างบริการที่มีมาตรฐานและเพื่อให้ประชาชนได้รับสิทธิการดูแลรักษาตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งบุคคลที่สมัครเป็นเจ้าหน้าที่ในหน่วยงาน จะได้รับการฝึกอบรมเพื่อให้ความรู้สำหรับผู้ปฏิบัติงาน โดยยึดหลักการในเรื่องขอบเขตหน้าที่ตามข้อกฎหมาย ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น และหาทางออกของปัญหา
ปัจจุบันมีศูนย์คุ้มครองสิทธิมีทั้งประเทศ 144 แห่ง ส่วนในเขต 4 สระบุรี ครอบคลุม 8 จังหวัดในพื้นที่รับผิดชอบมีทั้งสิ้น 16 แห่ง ในปี2568 (ต.ค.67-31 มี.ค.68) มีเรื่องร้องเรียน ร้องทุกข์ที่แก้ไขผ่านศูนย์คุ้มครองสิทธิบัตรทอง ทั้งประเทศ จำนวน 1,819 เรื่อง ในเขต 4 สระบุรี จำนวน 25 เรื่อง ในส่วนของการดำเนินงานช่วยคนไทยที่มีปัญหาสถานะทางทะเบียน ในช่วง 2ปีที่ผ่านมา มีจำนวน 7 ราย
“ ซึ่งวันนี้พามาเยี่ยมชมตัวอย่างการดำเนินงานในส่วนของการช่วยแก้ไขปัญหาในกรณีคนไทยที่มีปัญหาสถานะทางทะเบียน ซึ่งไม่มีบัตรประจำตัวประชาชน โดยเฉพาะเป็นคนพิการ ศูนย์คุ้มครองสิทธิบัตรทอง จ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับเรื่องและดำเนินการช่วยเหลือ ประสานงานโดย นางสาวชลดา บุญเกษม และคณะกรรมการศูนย์ฯได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการช่วยเหลือ จนมีบัตรประจำตัวประชาชน และทำให้ได้รับสิทธิทางกฎหมายที่ควรได้รับ “ภก.คณิตศักดิ์กล่าว
ด้านนางสาวชลดา บุญเกษม ประธานศูนย์คุ้มครองสิทธิบัตรทอง จ. พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า สำหรับขั้นตอนการขอรับการช่วยเหลือนั้น เมื่อประชาชนเดือนร้อดหรือได้รับบริการที่ไม่ได้มาตรฐาน สามารถแจ้งเรื่องไปที่ศูนย์คุ้มครองสิทธิบัตรทอง ซึ่งมีอยู่ในพื้นที่ทุกจังหวัด จากนั้นคณะกรรมการของศูนย์ฯจะตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งสองฝ่าย และหาทางออกร่วมกัน โดยวิถีทางที่ใช้เป็นหลักคือ การไกล่เกลี่ย โดยใช้ข้อเท็จจริงในการแก้ปัญหา แต่หากบางกรณีที่ข้อมูลข้อเท็จจริงยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ ประชาชนยังมีสิทธิที่จะดำเนินการในช่องทางตามกฎหมายต่อไปได้
อย่างไรก็ตาม ศูนย์คุ้มครองสิทธิบัตรทองฯ มีเป้าหมายเป็นกลไกหลักในการคุ้มครองสิทธิของผู้รับบริการ และเป็นอีกหนึ่งกลไกลมีส่วนร่วมของภาคประชาชนช่วยสะท้อน ข้อติดขัดหรือข้อบกพร่องต่างๆ เพื่อเสนอแนะกลับไปยังหน่วยบริการเพื่อนำบทเรียนที่เกิดขึ้นมาวิเคราะห์หาสาเหตุและวางระบบป้องกันเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และยังช่วยเป็นตัวกลางในการประสานงานสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างผู้ให้บริการและผู้รับบริการด้วย อย่างไรก็ตาม ในระยะ 2 ปีพบว่า จ. พระนครศรีอยุธยา ได้ช่วยประสานงานคนไทยไม่มีบัตรไปแล้ว 7 ราย และ1ใน7รายที่ทำแล้วสำเร็จ คือ นางจรินพร ศรีสังข์ อายุ 49 ปีเพิ่งได้รับบัตรประชาชนเมื่อวันที่ 22 เม.ย.68ที่ผ่านมา

ในช่วงบ่ายคณะได้ลงเยี่ยมนางจรินพร ศรีสังข์ อายุ49ปี ชาวต.คลองสระบัว อ.พระนครศรีอยุธยา ที่ได้รับการช่วยเหลือจากศูนย์คุ้มครองสิทธิ ที่มีนางสาวชลดา บุญเกษม เป็นประธานฯประสานให้ได้รับบัตรประชาชน โดยใช้ระยะเวลาถึง 2 ปีจนได้รับสิทธิ การรักษา ในระบบบัตรทอง รวมถึงสิทธิที่ประชาชนคนไทยได้รับอีกด้วย




