วันอังคาร, 10 มีนาคม 2026 | 11:14 pm
30.7 C
Thailand
อังคาร, มีนาคม 10, 2026
spot_img
spot_img

เอสซีจีและเครือข่ายจับมือภาครัฐเร่งขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทย หนุน SMEs ก้าวกระโดด โตไปด้วยกัน สู่ SMART INDUSTRY

9 มีนาคม 2569: กรุงเทพฯเอสซีจีจัดงานอุตสาหกรรมไทยก้าวกระโดดโตไปด้วยกันSMART INDUSTRY” ผนึกภาคเอกชนประสานภาครัฐเร่งขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทย สร้างกระบวนการทำงานใหม่ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหา มุ่งเปลี่ยนสินค้าทุนนำเข้า 7.6 ล้านล้านบาทเป็นเศรษฐกิจภายในประเทศ สร้างรายได้ SMEs ชูกลยุทธ์ 5+1 พร้อมผลักดันสร้าง 3 ทุนประเทศ หวังProductivity และ GDP ไทยโตขึ้น 2 เท่า และสัดส่วน GDP ของ SMEs เพิ่มจาก 35% เป็น50%

ในงาน ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี ร่วมปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อเดินหน้าเศรษฐกิจไทยดันอุตสาหกรรมเติบโตและดร.ณัฐพลรังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมบรรยายหัวข้อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทย หนุน SMEs เติบโตร่วมด้วยคุณชนะ ภูมี ที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี และรองประธาน ...ในหัวข้อก้าวกระโดดเพื่อความมั่งคั่งของอุตสาหกรรมไทย  และดร.อธิปอัศวานันท์ ผู้อำนวยการสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทยในหัวข้อ “SMEs ชีวิตจะเปลี่ยนไปด้วยSmart AI”         

นายชนะ ภูมี ที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี และรองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่าเอสซีจีและเครือข่ายภาคเอกชนร่วมกันจัดงาน  อุตสาหกรรมไทยก้าวกระโดด โตไปด้วยกันSMART INDUSTRY” เพื่อหาแนวทางให้ประเทศไทยก้าวข้ามกับดักการเติบโตต่ำ โดยเฉพาะ SMEs ที่เผชิญความยากลำบากในท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจซบเซา ประกอบกับวิกฤตความขัดแย้งโลก การผสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนผู้ประกอบการธุรกิจอุตสาหกรรม เป็นกลไกหนึ่งที่จะพลิกฟื้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้อุตสาหกรรมไทย

อุตสาหกรรมไทยจะก้าวกระโดดได้ภาคเอกชนต้องเป็น ส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหา(Be a Part of the Solution) ร่วมลงมือทำ โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ เปลี่ยนสินค้าทุนนำเข้ามูลค่าปีละ 7.6 ล้านล้านบาท ซึ่งไหลออกนอกประเทศ เป็นเศรษฐกิจภายในประเทศ อาทิ เครื่องจักร อิเล็กทรอนิกส์คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์การแพทย์ ก๊าซธรรมชาติ อาวุธ ยานพาหนะ  หากอุตสาหกรรมไทยผลิตสินค้าเหล่านี้ในประเทศเพียง 30-50% ของปริมาณนำเข้า จะสร้างมูลค่าราว 24 ล้านล้านบาทต่อปี คิดเป็น 1020% ของ GDPส่งผลสร้างรายได้เพิ่มให้ SMEs และเศรษฐกิจหมุนเวียนในประเทศ ทั้งยังเป็นเกราะป้องกันวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ หากพัฒนาให้ไทยผลิตสินค้าทุนในประเทศได้ 30–50% ของที่นำเข้าอยู่ จะสามารถสร้าง resilience ใน 3 มิติ คือ 1. ความมั่นคงด้านพลังงาน  2. ความยืดหยุ่นของ Supply Chain และ3. ความสามารถในการรับมือวิกฤตระยะยาว

ทั้งนี้ ยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยก้าวกระโดดสู่ SMART INDUSTRY คือ 5 SMART + ร่วมลงมือทำ 1. Smart Industry: เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต 2 เท่า 2. Smart Market: สร้างตลาดในประเทศ และขยายตลาดต่างประเทศ 3. Smart Funding: สนับสนุนเงินทุน SMEs เพื่อการเปลี่ยนผ่าน 4. Smart & Green Infrastructure: ส่งเสริมลดต้นทุนพลังงานและโลจิสติกส์ 5. Smart Government: ผลักดันราชการเร็ว สะดวก โปร่งใส พลัสด้วยPPPP Model (Public Private People Partnership) ความร่วมมือภาครัฐ เอกชน และประชาสังคม ร่วมทำบนจุดแข็งของตัวเอง ยกระดับ“สระบุรีโมเดล” ที่ประสบความสำเร็จ เป็น Thailand Model เพื่อขยายผลวิธีการทำงานด้วยความร่วมมือ โดยภาครัฐมีแนวทาง เอกชนขับเคลื่อน และประชาชนได้ประโยชน์ 

นอกจากนี้ ประเทศต้องมีพลังขับเคลื่อนให้สามารถแข่งขันได้ในระยะยาวด้วยการสร้าง 3 ทุนคือ ทุนมนุษย์ (Human Capital) เอกชนร่วมออกแบบหลักสูตรการศึกษา เพื่อผลิตแรงงานให้ตรงความต้องการของภาคอุตสาหกรรม ทุนข้อมูล (Information Capital) เชื่อมโยงข้อมูลทุกมิติระดับชาติ เพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุนแฝงและทุนองค์กร (Organization Capital) ขับเคลื่อนนโยบายด้วยวัฒนธรรมความร่วมมือระหว่างรัฐและเอกชน

ถึงเวลาที่ภาคเอกชนและภาครัฐร่วมกันทำอย่างจริงจังต่อเนื่องและเข้าใจบริบทของกันและกัน เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยก้าวกระโดด โดยเริ่มเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหา เพิ่มProductivity และ GDP ของประเทศให้โตขึ้น 2 เท่า และเพิ่มสัดส่วน GDP ของ SMEs จาก 35% เป็น 50% ให้ได้ เพื่ออนาคตของอุตสาหกรรมไทยแข่งขันได้ และผงาดสู่ความเป็น 1 ในภูมิภาคนายชนะ กล่าวในตอนท้าย

 

บทความที่เกี่ยวข้อง
- Advertisment -spot_imgspot_img

บทความยอดนิยม

- Advertisment -spot_img

ความคิดเห็นล่าสุด

- Advertisment -spot_img